เปลี่ยนแปลงบางอย่าง

“ลุงคำปัน พ่อของแพรสาน่ะหรือคะ ทำไมคะ ลุงคำปืนมาเกี่ยวอะไรด้วย” “แกเสียแล้วนะ เมื่อสองสามเดือนก่อน ก่อนที่ปีบจะมา” “ทำไมคะ แกเป็นอะไร” ถามเร็วปรื้อ ใบหน้าเรียวตระหนก แม้จะไม่ได้สนิท สนมชิดเชื้อแต่ก็เห็นชายชรามาแต่เล็กแต่น้อย ความผูกพันบางอย่างยังซึมแน่น อยู่ นึกโทษตัวเองที่ไม่ได้ละเอียดพอจะจดจำสมาชิกทุกคนในบ้านได้แม่นชนิดที่ ใครหายไปจะได้รู้ แว่นตากันแดด
”ตกหลังคาลงมาตาย เผอิญแกขึ้นไปซ่อมกาแลบ้าน” นายแพทย์สฤษด์คุณ เป็นฝ่ายตอบ นึกเสียใจไม่หายที่ช่วงนั้นเขาไปดูงานที่ต่างประเทศ กว่าคน ที่บ้านจะช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล คนสวนเก่าแก่ของบ้านก็ทนพิษบาดแผล ไม่ไหวจากไปก่อนวัยอันควร พร้อมๆ กับความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
บางอย่างที่อาจทำให้กาซะลองต้องเดินทางมาที่นี่
คุณพันธุรพีปรายตาขึ้นไปมองบุตรชาย เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งเฉยจึง
พูดต่อ
“แล้วหลังจากนันคนในบ้านก็เริ่มเห็นอะไรแปลกๆ ยายเองก็เห็น” แว่นกันแดด
“เงา…เงาประหลาดใช่มั้ยคะ…ปีบเองก็เห็น” หญิงสาวละลํ่าละลักบอก ขนลุกขนพองขึ้นมาในบัดดล เคยเล่นหนังเล่นละครเกี่ยวกับผีๆ สางๆ มาก็มาก แต่ไม่เคยรู้สืกถึงอาการขนพองสยองเกล้าอย่างตอนนี้ สฤษด์คุณลังเกตอาการ นั้นออก หนุ่มใหญ่ติงหลานสาวเบาๆ
“เหลวไหล เล่นละครมากไปหรือเปล่ายัยปีบ คุณแม่ก็อีกคน คนตายก็ คือคนตายครับ เขาไม่มาเดินเพ่นพ่านหลอกคนโน้นคนนี้หรอก”
“แต่ถ้าเผื่อคุณพี่…ไม่ลังให้นายคำปืนขึ้นไปซ่อมกาแล แกก็ไม่ตกลงมาตาย หรอก!…ขอโทษนะแม่ปีบ” ท้ายเสียงอ่อนลงมาเมื่อเห็นกาซะลองนั่งหน้าเผือด “เขาว่าวิญญาณผีตายโหงน่ะมันอาฆาต วันที่แกเสียน่ะตรงกับคืนเดือนมืดเสียด้วย บางทีเงาประหลาดที่เห็นอาจจะเป็นวิญญาณนายคำปัน”
“คุณแม่ครับ” สฤษด์คุณลากเสียงยาว นึกระอาอยู่หน่อยๆ กับความ งมงายของอีกฝาย ปกติแม่ก็จัดเป็นคนแก่ที่ทันสมัย แต่ไหงเรื่องแบบนี้ถึงเชื่อ เป็นตุเป็นตะไปเสียได้
“ไม่มีอะไรหรอกปีบ” นายแพทย์หนุ่มหันมาบอกหลานสาว “เงาที่ปีบหรือ
เชื้อสายทางแขกขาวไม่ผิดเพี้ยน ส่วนริมสปากบางเฉียบ เรือนร่างโปร่งระหงก็ถอด แบบมาจากศรีสอางค์ บุตรสาวคนเดียวของคุณปรียางค์ศรีอย่างกับคนเดียวกัน เพราะอย่างนี้จึงรักนักรักหนา ในเมื่อกาซะลองคือภาพพิมพ์ของบุคคลอัน เป็นที่รักยิ่งถึงสองคนที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
คิดกึงเหตุการณ์ร้ายครั้งนั้นก็ได้แต่เศร้าใจ คนทั้งคู่ไม่น่าอายุรํ๋เน
ดึงหลานสาวมากอดและหอมเบาๆ “ยายไม’เป็นไรหรอกลูก ก็โรคคนแก่ เจ็บออดๆ แอดๆ เท่านั้น ได้พักผ่อนเข้าหน่อยก็หาย” แว่นตา
กาซะลองมองหน้าผู้เป็นยาย เหมือนก้อยคำกับสีหน้าของท่านจะสวน ทางกัน หรือคณยายยังไม่หายดีจากอาการป้วยหนักเมื่อหลาย3บปีก่อน
ครั้งนั้นคุณปรียางค์ศรีต้องอยู่โรงพยาบาลนานหลายเดือน หล่อนต้องเทียว ไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงรายเป็นว่าเล่นเพื่อมาดูอาการ
ดีหน่อยที่สฤษด์คุณเป็นหมอ จึงพอมีเพื่อนฝูงที่ชำนาญเฉพาะด้านมารักษา จนโรคเบาหวานทุเลาลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย หรือคุณยายจะมี ความลับในใจ และคิดที่จะปีดปังหล่อน
คำพูดของคำสร้อยแวบเข้ามาในความคิด…หญิงสาวเอ่ยถามถึงสิงที่ค้างคาใจ ออกไปทันที
“เห็นว่าหมู่นี้บ้านเรา…มีเรื่องราวกันอยู่บ่อยๆ มีเรื่องอะไรหรือคะ” คุณพันธุรพีเหลือบมองหน้าพี่สาว ท่าทางปงบอกได้อย่างชัดเจนว่ามีความ ประหวั่นพรั่นพรึงแฝงอยู่ แต่คุณปรียางค์ศรีกลับนั่งนิ่งเฉยอย่างเยือกเย็น “เหลวไหล ไปฟังใครเขามาลูก” * “คำสร้อยค่ะ คำสร้อยเล่าให้ฟัง”
ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนอยู่เป็นนิจบึ้งตึงขึ้นทันที พันธุรพีรีบเอื้อมมือมากุมมือ
พี่สาว
“คุณพี่คะ ยังไงแม่ปีบก็เป็นลูกเป็นหลาน ถึงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่แกก็ควร ที่จะรู้เรื่องนี้บ้างนะคะ”
“มีเรื่องอะไรกันคะ”
ใจหล่นหายวาบทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องราว นี่แสดงว่าลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นเป็น เรืองจริง บ้านกำลังจะลุกเป็นไฟ!

แว่นกันแดด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s