ช่วงนี้ถึงเห็นหล่อนหน้าเศร้ายิ่งกว่าเก่า

ใครๆ เห็น น้าว่าคงจะเป็นเงาต้นไม้ไหวแค่นั้นแหละ ที่นี่ต้นไม้เยอะ ปีบก็รู้” “แต่แม่ว่าต้องเป็นวิญญาณนายคำป้นแน่ๆ เลย แกคงจะยังห่วงลูกสาว” “แพรสาน่ะหรือคะ”
กาซะลองนึกไปถึงเด็กสาวหน้าเศร้าที่มักจะนั่งหน้านิ่งเส3ยมหงิมอยู่ข้างๆ ผู้เป็นยาย มิน่ากลับมาช่วงนี้ถึงเห็นหล่อนหน้าเศร้ายิ่งกว่าเก่า
“นั่นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วง ปกติคุณป้าก็ดูแลให้อยู่แล้ว ท่านรักแกเหมือนลูก เหมือนหลาน”
สฤษด์คุณเอ่ยขึ้นพร้อมกับผุดขึ้นเดินมองไปยังเรือนไม้หลังเล็กทึ่อยู่ในคุ้ม ดวงตายาวรีภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมทอดมองไปยังร่างเล็กบอบบางที่กำลังเช็ศ ถูบริเวณที่พัก
แพรสาดูเงียบเหงาหดหู่ลงไปมากนับตั้งแต่ผู้เป็นพ่อจากไป ก็น่าจะเป็น อย่างนั้น ในเมื่อชีวิตทั้งชีวิตหล่อนก็มืแต่พ่อ แว่นตากันแดด
วูบหนึ่งที่ชายห’4มรู้สืกสงสาร หล่อนยังเด็กเกินโ!/หรือฟล่าทีจะรับความ
[ดดเดียวอ้างว้างชนิดนี้
กาซะลองเหลือบมองญาติผู้เป็นน้า หล่อนเห็นประกายลํ้าลึกผุดขึ้นที่ดวงตา เคร่งขรึม หญิงสาวผินหน้าไปมองผู้เป็นยายเล็ก ก็เห็นคุณพันธุรพีมองหน้าผู้ เป็นลูกชายพอดี
ผู้มีศักดี้เป็นยายเล็กเมินหน้าหนีในทันทีที่เห็นภาพนั้น กิริยาท่าทางบอก ให้รู้ว่าไม่ชอบใจในสิงที่ลูกชายทำเท่าใดนัก
“ปีบว่าเราทำบุญคุ้มดีมั้ยคะ บอกตรงๆ ว่าพอรู้เรื่องปีบก็ไม่สบายใจ เหมือนกัน” รีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นแววตาขึ้งขุ่นของผู้เป็นยาย คุณพันธุรพีรีบ ปรับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อหันมาพูดกับหลานสาว
“ยายว่าดีเหมือนกัน นิมนต์พระท่านมารดนํ้ามนต์ให้ด้วยจะได้เป็นสิริมงคล เออ แล้วนี่หนูจะเชิญคุณดิสธรมาด้วยหรือเปล่าจ๊ะ” แว่นกันแดด
สฤษด์คุณหันมามองหน้าหลานสาว กาซะลองทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ สมแล้ว ที่คุณพันธุรพีเป็นคนในแวดวงสังคม เพราะข่าวของหล่อนกับลูกชายท่านรัฐมนตรี ก็ยังไม่พ้นหูพ้นตา
“ไม่ดีกว่าค่ะ เราทำกันเฉพาะในหมู่ญาติของเราดีกว่า” หญิงสาวปฏิเสธ
แต่ผู้เป็นประมุขของบ้านกลับตัดบท “ยายปวดหัวลูก แม่ปีบพายายไป นอนหน่อย”
คุณปรียางค์ศรีหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนจนผู้เป็นหลานมิกล้าขัดใจ กาซะลองกับคุณพันธุรพีรีบประคองร่างผอมเกร็งไปส่งที่เตียงนอน
ใบหน้าซูบตอบซีดเผือดลงไปอีก เหนื่อยอ่อนคล้ายจะหมดแรง ผู้มีศักด เป็นน้องหน้าซีด
“เหมือนคุณพี่จะทรุด แม่ปีบรอนี่นะ ยายจะโทรไปตามนายฤษด์”
กาซะลองมือไม้สั่นแทบทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ไหว้พระอธิษฐานขออย่าให้คุณ ยายท่านเป็นอะไร ความคิดแล่นพล่านในสมอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณยายที่มี ท่าทางแช่มชื่นถึงได้ทรุดอ่อนระโหยโรยแรงทันทีที่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้าน
แสดงว่าทุกอย่าง…มันต้องมีเค้าความจริง
เหมือนกาลเวลาจะผ่านไปอย่างเชื่องช้ากว่าที่นายแพทย์สฤษด์คุณจะมาถึง นายแพทย์ใหญ่รีบตรวจดูอาการผู้เป็นป้าด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน ก่อนจะฉีด ยาบำรุงให้หญิงชราได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่
“คุณยายเป็นอะไรคะน้าฤษด์” แว่นตา
นายแพทย์สฤษด์คุณหันมามองหน้าผู้มีศักดิใฏนหลาน หนุ่มใหญ่เอ่ยเสียง เครียด
”คุณป้าคงจะเครียดมากเกินไป”
“เครียด…คุณยายเครียดเรื่องอะไรคะ”
คุณพันธุรพีรีบสะกิดผู้เป็นหลาน “ให้คุณพี่ได้พักผ่อน ออกมาคุยกัน ข้างนอกดีกว่าแม่ปีบ”
กาซะลองเดินตามผู้เป็นยายและน้าออกไปยังริมระเบียง ลมยามแรกฤดู หนาวเริ่มพัดเย็น แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่รู้สืกด้วยความร้อนใจมีมากกว่า
“บ้านเรามีเรื่องอะไรกันคะ”
“ปีบจำคำป้น คนสวนของเราได้มั้ย”
กาซะลองนิ่งคิด ถึงหล่อนจะจากบ้านไปนาน แต่ความทรงจำวัยเด็กยัง คงแจ่มกระจ่าง ชายสูงวัยร่างผอมเกร็งที่วันๆ จะขลุกอยู่กับต้นไม้รอบๆ บริเวณ บ้านหรือไม่ก็วิ่งทำงานช่วยคนนั้นคนนี้ทั้งวันมิได้หยุด

แว่นตากันแดด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s