คุณปีบยังไม่มี ทีท่าว่าจะตื่นเลย

เปิดประตูเข้ามาอีกทีแพรสาก็ไม่เห็นใครแล้ว ห้องทั้งห้องว่างเปล่าเงียบ สงบไร้ซึ่งเงาของพยาบาลสาวสวย เด็กสาวย่นหน้าบ่นงึมงำ
“ไหนคุณศรานตาบอกว่าจะดูคุณปีบให้ ไม่เห็นจะอยู่ดูเลย” เดินไปข้าง เตียงชะโงกหน้าไปมองดวงหน้าซูบที่ยังคงหลับสนิท ยกชามแก้วที่มีฝาปิดอย่าง ดีขึ้นมอง สงสัยซุปข้าวโพดของป้าคำสร้อยจะเป็นหมันซะแล้ว คุณปีบยังไม่มี ทีท่าว่าจะตื่นเลย แว่นตากันแดด
นึกๆ แล้วก็ขำ ความเป็นหวงของคนแก’ อุตส่าห์ให้มอเตอร์ไซด์ตาม มาส่งซุปให้เจ้านายถึงโรงพยาบาลแล้วให้หล่อนรอรับ คงกลัวว่าอาหารของ โรงพยาบาลจะไม่ถูกปากคุณปีบ
เอาชามซุปไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วกลับมาเอนกายลงนอนที่โซฟาตัวยาว หยิบ นิตยสารมาเปิดอ่านแก้เบื่อ ชั่วครู่จึงผล็อยหลับลงตรงนั้น มาสะดุ้งตื่นอีกทีเมื่อ มีเสียงโทรศัพท์ดังลั่นห้อง งัวเงียขึ้นมารับเพราะรู้ดีว่าคนที่โทรมาไม่ใช่ใครอื่น นอกจากผู้กองศกร
“คุณปีบเป็นยังไงบ้างแพร” นั่นเป็นประโยคแรกที่เขาถาม แพรสาเหลือบ มองไปทางกาซะลองก็เห็นยังคงนอนอยู่ท่าเดิม แว่นกันแดด
สายตามองดูนา^’กา คำนวณเวลาดูแล้ว…กาซะลองไม่น่าจะรอด!
รีบเดินตามเข้าไปติดๆ ภาพที่เห็นทำเอาพยาบาลยิ่งหน้าแหย ศกรโอบกอด กาซะลองแน่น ใบหน้าคร้ามคมเข้มดูซีดเผือดด้วยความวิตกกังวล โดยมีเด็ก แพรสายืนร้องไห้ตัวลัน ไม่ช้านายแพทย์ใหญ่ประจำโรงพยาบาลก็ก้าวตามเข้า มาในห้อง ร่างท้วมกลมตรงไปจับชีพจร แล้วเปิดเปลือกตาผู้ปวยดู ก่อนออก คำลังให้ญาติทุกคนออกไปรออยู่นอกห้อง
เหมือนเวลาจะผ่านไปนานแสนนาน กอปรกับดวงหน้าขาวซีดราวกับคนตาย ของกาซะลอง ทำเอาคนที่รอแทบคลั่ง
กาซะลองทรุดหนักลงไ11ด้วยสาเหตุอันใด ทั้งที่ตอนเย็นที่ได้คุยกัน หล่อน ยังปกติดีทุกอย่าง ใจคิดไปถึงบุคคลอันตรายที่ไม่ควรเข้าใกล้ ไวเท่าความคิด ผู้กองหนุ่มเอ่ยปากถาม
“นา ยแพท ย์สฤษด์คุณมาที่นี่รึเปล่าแพร”
แพรสาสะดุ้งเฮือก ผู้กองถามถึงคุณหมอทำไม แถมด้วยนํ้าเสียงไม่สู้ดี “มีอะไรคะ”
“ฉันถามว่าเขามาที่นี่รึเปล่า”
“เปล่าค่ะ!” และไม่มีวันที่คุณหมอจะมาด้วย ในเมื่อตอนนี้เขาโกรธคุณปีบ จนแทบจะตัดญาติขาดมิตร
ศกรนั่งแทบไม่ติด ถ้านายแพทย์สฤษด์คุณไม่ได้มาที่โรงพยาบาล แล้ว กาซะลองจะทรุดหนักขนาดนี้Iด้อย่างไร แว่นตา
“คุณหมอไม่ได้มาที่นี่จริงๆ นะคะ” แพรสายา ถึงจะเจ็บปวดจากการกระทำ ของเขา แต่ก็ไม่อาจฉวยโอกาสใส่ร้ายทำลายเขา
ศกรพยักหน้า วูบหนึ่งที่คิดละอาย นี่เขาห่วงกาซะลองมากเกินไปรึเปล่า ขนาดคิดไปว่านายแพทย์สฤษด์คุณเป็นต้นเหตุ
ซวครู่นายแพทย์ที่ทำการตรวจกาซะลองก็ก้าวออกมาจากห้อง ทันทีที่เห็น ร่างสูงใหญ่แทบพรวดเข้าไปหา ชายหนุ่มถามเสียงรัว
“ปีบเป็นยังไงบ้างครับคุณหมอ”
“ปลอดภัยแล้วครับ แต่ต่อไปญาติผู้ปวยต้องระวังอย่าให้ทานยานอนหลับ เกินขนาดแบบนี้อีก มันอันตราย”

แว่นตา

แล้วผู้กองจะคุยกับคุณปีบมั้ยคะ

“ยังหลับอยู่เลยค่ะผู้กอง นี่ป้าคำสร้อยฝากเอาซุปมาให้ คุณปีบก็ยังไม่ได้ ทานเลยค่ะ”
“อะไรกัน” ศกรเหลือบมองดูนาฟิกาข้อมือ มันบอกเวลาเกือบเที่ยงคืน กาซะลองทำไมถึงได้นอนหลับนานผิดบ่กติ “แล้วคุณปีบตื่นขึ้นมาบ้างรึเปล่า”
“เอ่อ พอดีตะกี้แพรเผลอหลับ เลยไม่ทราบค่ะ” เด็กสาวตอบอ้อมแอ้ม กลัวนักหนาว่าเขาจะ[กรธ เพราะนํ้าเสียงผู้กองเริ่มบอกแล้วล่ะว่าหงุดหงิด ไม่ผิด จากที่คาดเพราะศกรสั่งทันที
“เอางิ้ ปลุกคุณปีบขึ้นมากินอะไรหน่อยดีกว่า ตั้งแต่เย็นยังไม่ได้กินอะไร เลยนี่ เดี๋ยวจะพานทรุดหนัก” แว่นตากันแดด
■แล้วผู้กองจะคุยกับคุณปีบมั้ยคะ”
ผู้กองศกรตอบแบบไม’ต้องคิด “คุยสิ!”
อาจจะไม่คุยอย่างเดียว แต่อาจจะต้องดุด้วย ถึงจะเป็นคนปวยก็ตามที เถอะ ไม่ไหว คนอะไรนอนกินบ้านกินเมืองกินประเทศ
ได้ยินเสียงแพรสาปลุกกาชะลองแว่วๆ แต่ไร้เสียงโต้ตอบ ศกรนึกขำ ไม่ใช่นอนกินบ้านกินเมืองอย่างเดียว แต่ยังขี้เซาเสียด้วย
แต่เวลาที่ผ่านไปบอกว่า ชักเริ่มไม่ปกติ
“แพร! คุณปีบตื่นรึยังแพร” แว่นกันแดด
“ยังเลยค่ะผู้กอง แพรปลุกยังไงก็ไม่ตื่น” เด็กสาวละลํ่าละลักบอกเสียง เครือ ใจแทบหล่นทายไปอยู่ตาตุ่ม ท่าทางของคุณปีบเหมือนคนใกล้จะตาย
“ไปตามหมอเดี๋ยวนี้เลยแพร” แทบไม่รู้ตัวเลยว่าออกคำสั่ง รีบวางหูแล้วศกร ก็รีบรุดออกจากโรงพักทันที เหมือนเวลาที่ผ่านจะเนิ่นนานเหลือเกินกว่าที่ร่างสูง ใหญ่จะพาตัวเองมาถึงโรงพยาบาล แต่ทันทีที่ศรานตาเห็น พยาบาลสาวหน้าหวาน แทบร้องกรี๊ด ศกรมาที่นี่ได้ยังไง รีบเข้าไปยืนขวางทางถ่วงเวลาไว้ แต่สีหน้าของ ผู้กองหนุ่มเคร่งเครียด
“ศกไม่เข้าเวรเหรอคะวันนี้”
“ปีบไม่สบายมากอุ๊* ตอบแค่นั้นแล้วร่างสูงใหญ่ก็ก้าวเท้ายาวๆ ไปอย่าง ร้อนรน ศรานตาใจหายวูบกัดริมสปากแน่น
เขาพูดเหมือนรู้ เป็นไปไม่ได้…แผนที่วางไว้จะล้มเหลวไม่ได้ เหลือบ
‘ยานอนหลับ! นี่คุณหมอหมายความว่าที่เธอไม่ได้สติเพราะกินยานอนหลับ”
“ครับ! ทานเข้าไปเยอะเสียด้วย และตามประวัติเธอก็เคยทำแบบนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นญาติต้องระวังเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะผู้ปวยที่มีพฤติกรรม แบบนี้มักจะมีแนวโน้มทำอย่างเดิมอีก แต่ไม่ต้องห่วงตอนนี้เธอพ้นขีดอันตรายแล้ว หมอคงต้องขอตัว”
ศกรไม่ได้มองเลยด้วยชํ้าเมื่อร่างท้วมกลมของนายแพทย์เดินจากไป หัว สมองชายหนุ่มหมุนติ้ว เป็นไปไม่’ได’ที่กาซะลองจะกินยานอนหลับจนเกินขนาด จะต้องมีโครสักคนที’คิดร้ายต่อกาซะลอง
แพรสาหน้าซีดเผือด เหตุการณ์รายแบบนี้มันเกิดขึ้นอีกแล้ว ซาแล้วซาเล่า เหมือนจะเฉพาะเจาะจงเกิดขึ้นกับคุณปีบ เด็กสาวเหลือบมองใบหน้าคมเข้ม ผู้กองศกรดูเคร่งเครียด เขาแทบจะไม่ได้พูดกับหล่อนเลยด้วยซํ้าเมื่อสาวเท้า ก้าวเข้าไปในห้อง
กาซะลองยังนอนหลับสนิทไม่ได้สติ ลมหายใจของหล่อนผ่อนออกมาอย่าง สมํ่าเสมอไม่อ่อนระโหยเหมือนเมื่อเขาได้มาเห็นทีแรก ศกรจับมือผอมบางที่โผล่พ้น
ผ้าห่มออกมา บีบเบาๆ เหมือนจะปลุกปลอบขวัญ 1ครหนอที่คิดร้ายต่อกาซะลอง เห็นสีหน้าและแววตาเขา แพรสาก็เดาออก เด็กสาวยืนกระอักกระอ่วนไม่ รู้ว่าจะพูดกับเขาอย่างไรดี โนเมือห้องทั้งห้องก็มีเพียงหล่อนกับคุณปีบแค่สอง คนเท่านั้น และตามรูปการณ์ คุณปีบก็ไม่มีมูลเหตุใดที่จะต้องคิดสั้น ก็อาจเป็นได้ ที่ขณะนี้หล่อนอาจจะเป็นผู้ต้องสงลัยที่สุดในสายตาร้อยตำรวจเอกศกร เด็กสาว นํ้าตาคลอ ด้วยความสุจริตใจ หล่อนไม่เคยคิดร้ายกับเจ้านาย “ผู้กองคะ”
ศกรขานรับ ความวิตกกังวลใจมีมากจนไม่ทันลังเกตเห็นอาการของเด็กสาว ชายหนุ่มแทบไม่ได้มองหน้าหล่อนเลยด้วยซํ้าขณะฟังหล่อนพูด แว่นตา
“แพร…แพรไม่ทราบจริงๆ นะคะว่าคุณปีบกินยาตอนไหน เพราะตอนที่ แพรมาถึงคุณปีบเธอก็หลับสนิทไปแล้ว,
ศกรพยักหน้ารับ อยากจะบอกเด็กสาว ไม่มีใครรู้หรอก ระหว่างคนที่ ถูกล่ากับคนที่ตามล่า การระวังตัวมันต่างกัน แต่ที่ทำได้คือปล่อยให้ความเงียบ มันครอบคลุม ด้วยไม่อาจทำให้คนรอบข้างตื่นกลัว เพราะปริศนาทุกอย่างมันยัง

แว่นตา

ทั้งหมด มันน่าจะมีลี่งอื่นแฝงอยู่ในนั้น

ไม่ได้รับการคลี่คลาย
ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เด็กสาวก็ดูเขาไม’ออก ร่างสูงใหญ่ยังคงยืน นิ่งเฝ็ามองคุณปีบอย่างห่วงใยเช่นนั้น เด็กสาวยืนกระสับกระส่ายไม่รู้จะทำตัว อย่างไร ต่างคนต่างยืนนิ่งมองดูร่างผอมบางที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงก่อนที่ จะเดินแยกกันไปนั่งเอนกายลงบนโซฟา
ดวงตาคมเข้มยังคงทอดสายตาจับอยู่ที่กาชะลองตลอด ความคิดหลาย
อย่างยังคงวนเวียนสับสน ไม่คิดว่ามรดกของคุณ1Iรียางค์ศรีจะเป็นต้นเหตุแห่ง ความยุ่งยากทั้งหมด มันน่าจะมีลี่งอื่นแฝงอยู่ในนั้น แว่นตากันแดด
เคลิ้มหลับไปอย่างนั้นจวบจนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ศกรถึงสะดุ้งตื่นเมื่อมี เสียงพูดแผ่วเบา
“นะ…นั้า หิวนั้า”
ร่างสูงใหญ่ปราดเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียงทันที พร้อมๆ กับที่แพรสา ก็รีบลุกพรวดไปหาผู้ที่เป็นนาย ศกรเอี้อมมือไปจับเหยือกนั้าที่วางอยู่บนโต๊ะ ข้างหัวเตียงมารินใส่แก้ว แต่ทันทีที่หยาดนํ้ารินตัวลงในแก้วใบใส แพรสาก็ร้องลั่น
“ผู้กองคะผู้กอง ดูนั้าในเหยือกสิคะ!”
ดวงตาคมกริบตวัดมองตามคำบอก นั้าในเหยือกหาใช่นํ้าสะอาดบริสุทธิ้ ไม่! มันปะปนไปด้วยตะกอนขุ่นขาวเข้มข้นมากพอที่จะทำให้นั้าใสสะอาดกลาย เป็นตะกอนขุ่น แม้ไม่อาจที่จะระบุได้ว่าสิงที่เห็นคืออะไร แต่ศกรก็บอกตัวเอง ได้ว่าวัตถุแปลกปลอมนี้คงเป็นสาเหตุที่ทำให้กาซะลองนอนหลับสนิท
“อะไรคะผู้กอง”
ไม่มีคำตอบให้คนถาม นอกจากคำสั่งที่บอกออกมาเร็วปรื๋อ “ไปเอานํ้ามาให้คุณปีบใหม่แล้วกันแพร” แว่นกันแดด
แพรสารับคำรีบเดินแกมวิ่งออกไปยังด้านนอก ทิ้งให้ศกรอยู่กับกาซะลอง ตามลำพัง มือคร้ามใหญ่เอื้อมไปจับมือผอมบางที่เคลื่อนไหวน้อยๆ อย่างเพิ่ง ได้สติ ดวงตาเรียวยาวลืมขึ้นช้าๆ ก่อนกะพริบถี่ๆ ด้วยความงุนงง
“ออกเวรแล้วหรือคะ”
ศกรพยักหน้า ใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยที่สติสัมปชัญญะของกาซะลองยัง อยู่ครบถ้วน ชายหนุ่มยิ้มอ่อนๆ ให้คนที่นอนซมอย่างห่วงหา ดีโจที่นาทีนี้,ยังมี
ใส่ไว้ในเหยือกนํ้าตอนที่คุณนอนหลับ”
กาซะลองขมวดคิ้ว หันขวับไปมองเหยือกนํ้าที่วางอยู่ข้างหัวเตียงอย่าง รวดเร็ว เพิ่งสังเกตเห็นตะกอนขุ่นขาวที่รวมตัวกันอยู่ในเหยือกนํ้า มันขาวขุ่น จนเห็นได้อย่างชัดเจนจนต้องถามตัวเองว่า หล่อนเองหรือที’เป็นคนกินนี้าโน เหยือกนี้านี้
ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ความหวาดหวั่นในใจดูเหมือนจะยิ่งปะทุ อีกครั้งแล้วหรือทีหล่อนกินยาเกินชนาด ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้ตัว คำถามมากมายผุด ขึ้นในใจ ชักจับต้นชนปลายไม่ถูก
^ตรูที่มองไม่เหั๊นตกลงเป็นใครกันแน่
เห็นสีหน้าคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ศกรก็เข้าใจ หลายอย่างเริ่มซับซ้อนสับสนจน เขาเฮงก็หวาดหวั่นไม่แพ้กาชะลอง แต่หากจะตื่นตระหนกกันไปทั้งคู่ โอกาสที่ จะได้รู้ว่าใครคือตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดก็คงจะยาก แว่นตา
“พยายามอย่าเพิ่งสงลัยอะไร ทำตัวให้เป็นปกติ บอกตรงๆ ตอนนี้ผม ก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าใครเป็นคนปองร้ายคุณ ทางที่ดีที่สุดคุณต้องทำตัวเหมือน กับยังไม่รู้เรื่องอะไร”
“แต่ที่นี่มันเป็นโรงพยาบาลนะคะ!”
“จะที่ไหนก็ตามแต่ ตอนนี้คุณไม่ปลอดภัย เ^อที่ผมบอกเถอะ” นึกเคืองคนหน้าเข้มเสียงแข็ง ขบวนการออกคำ8งรับรองไม่มีใครเกิน ขยับปากจะเถียง
แต่เขากลับพูดขึ้นก่อน
“มันถึงเวลาแล้ว มีหลายอย่างที่คุณต้องรู้”
“อะไรคะ” แทนการโต้ตอบ กาซะลองกลับใจจดจ่อกับคำตอบตรงหน้า ศกรพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร
ยังไม่ทันที่ผู้กองหนุ่มจะพูดสิงใด แพรสาก็เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเหยือก นี้า เด็กสาวรีบเดินเข้ามาบอกเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
“แพรจำได้แล้วค่ะ มือยู่ช่วงหนึ่งที่คุณศรานตามาตามให้แพรไปรับโทร’กัพท์ แล้วเธอ…เธอก็อาสาที่จะเป็นคนเฝ็าคุณปีบค่ะ”

แว่นตากันแดด

โลกจนต้องทรุดตัวลงไปนั่งใหม่ที่เตียง “ยะ…ยา” เอื้อมมือควานไปที่ข้างเตียง แต่ต้องใจหายวาบเมื่อนึกได้ว่ายาที่เคยกินเป็นประจำบัดนี้ไม่มี
คุณปรียางค์ศรียกมือขึ้นไขว่คว้า แต่ความเจ็บปวดที่หัวใจมีมากกว่าจน ต้องหยุดนั่งหอบ หญิงชรานิ่วหน้า และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมาหัวใจของประมุข แห่งคุ้มภูคากาซะลองได้หยุดเต้น ร่างเหี่ยวย่นชักกระตุกสองสามทีก่อนที่จะหมด ลมหายใจ
โดยที่ไม่มีโอกาสได้บอกผู้เป็นหลาน…ว่าบุคคลปริศนานี้คือใคร
แต่แพรสากลับสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เมื่อครู่หล่อนฝืนถึงพ่อ ฝืนว่าพ่อ มาหา พ่อบอกว่าจะรับหล่อนไปอยู่ด้วย แว่นตากันแดด
ในภวังค์ของการครึ่งหลับครึ่งตื่น เด็กสาวรีบตอบรับ ก็จะมีความสุขอันใด เท่าได้กลับไปอยู่กับพ่อ ในเมื่อชีวิตทุกวันนี้มีแต่ความทุกข์ทรมาน
เพียงคิดเท่านี้นาตาก็ไหลท่วมหน้า ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจที่ไม่อาจรักษาตัวเอง ให้พ้นเงี้อมมือของนายแพทย์สฤษด์คุณไปได้
เหลือบมองไปยังที่นอนข้างๆ ก็เห็นรอยยุบของพี้นฟูกปรากฏชัดเจน แม้ ไม่ปรากฏร่างของชายโฉดที่อยู่ในคราบคนดี แต่เขาก็ได้ทิ้งร่องรอยความบอบชํ้า ไว้ให้หล่อน
สะอี้นไห้อย่างเจ็บปวด เล็บจิกผ้าปูที่นอนจนแทบขาด เจ็บปวดทั้งกายและใจ
นาทีนี้’หล่อนจะอยู่กับ1คร นอกจากพ่อ แว่นกันแดด
หยัดกายลุกขึ้น หมายจะหยิบเชือกไนลอนที่ห้องเก็บของ แต่ยังไม่ทันที่ จะทำสิงใด ประตูห้องก็ถูกทุบป้งๆๆ พร้อมกับเสียงป้าคำสร้อย
“ตื่นๆๆ แพรสา” นี้าเสียงของผู้สูงวัยกว่ามีความตื่นเต้นร้อนรน พอเด็กสาว เปิดประตูออกไปก็เห็นคนงานเก่าแก่ยืนหน้าซีด
“คุณ…คุณท่าน…คุณท่านไม่รู้สึกตัว”
“ปะ…เป็นอะไรไปป้า…คุณท่านเป็นอะไร”
“ไม่รู้…ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ไปเคาะประตูห้องคุณปีบก็ไม่มีเสียงตอบ”
“งั้นรีบไปกันเถอะป้า” เด็กสาวออกวิ่งนำหน้า ลืมเรื่องตัวเองไปหมด นึกเป็น
แต่ที่ยังสงสัย…ลิ”งที่มันต้องการคืออะไร
ได้กลิ่นดอกปีบกรุ่นกำจายมารุนแรง พยายามฝืนตัวลุกขึ้นแต่กลับรู้สืก เหมือนหนังตาหนักอึ้งง่วงงุนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และในช่วงเวลาไม่นาน กาซะลองเผลอหลับไปโดยที่ไม่มีโอกาสได้ล่วงรู้เลยว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น
…นอกจากกลิ่นดอกปีบที่หอมเย็นติดจมูกในห้วงนิทรา… แว่นตา
มันเป็นเวลาดึกมากแล้วที่คุณปรียางค์ศรีเดินวนเวียนอยู่รอบๆ ห้อง ทั่วทั้ง บริเวณเงียบสงัดเห็นเพียงม่านสีขาวพลิ้วไหวตามแรงลม หญิงชราทอดสายตา มองผ่านออกไปยังหน้าต่าง ยังคิดไม่ตกถึงคำบอกเล่าของศกรที่แวะมาหาเมื่อคํ่า
การเสียชีวิตของจ่าเมฆ…รถถูกตัดสายเบรกIดยตั้’งใจ
มั่นใจแล้วว่า3งที่เคยสังหรณ์เริ่มเป็นความจริง
ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ความกลัดกลุ้มแน่นอก ไม่กล้าบอกกาซะลอง ด้วยเกรงว่าหลานสาวจะตื่นตระหนกเสียขวัญ
เพราะถึงจะเป็นทายาทแต่กาซะลองก็จากที่นี่ไปนาน นานเกินกว่าจะหยั่ง ลึกได้ถึงใจใครบางคน
ได้ยินเสียงเหมือนฝีเท้าแผ่วๆ เดินผ่านไปมาอยู่หน้าห้อง ก่อนที่จะหยุด อยู่ตรงนั้น เจ้าของคุ้มภูคากาซะลองใจเต้นตึกตัก ดึกดื่นป้านนีแล้วใครที่ไหน จะมาเดินเล่นเพ่นพ่าน ในเมื่อคนบนตึกก็มีเพียงกาซะลองกับดิสธรเท่านั้น ล่วน คนงานอื่นๆ ต่างพักผ่อนอยู่ในเรือนของตัวเอง
หรือว่า…จะเป็นใครคนนันที่กาซะลองเห็น
มั่นใจว่าหลานสาวไม่ได้ตาฝาด สิ”งที่’เห็นเกิดขึ้น■จริง มีคนเข้ามาในบ้าน แสะ’พยายาม’ท’จะ■ทำสิ’ง’ใดสิ’ง’หนึ่ง
กลั้นหายใจผุดลุกขึ้น แต่ยังไม่ทันที่หญิงชราจะวางเท้าลงที่พืนก็ปรากฏ เสียงเย็นยะเยือกแหบพร่า
“คุณท่าน…”
คุณปรียางค์ศรีสะดุ้งเฮือก มั่นใจว่าไม่ได้หูฝาด มีคนเรียกหาจริงๆ ได้กลิ่น ดอกปีบโชยมารุนแรงจนรู้สีกเย็นเยือกในใจ “คุณท่าน…ผมมาหา”

แว่นกันแดด

“ถ้างั้นผมก็จะกลับกรุงเทพฯ แล้วกันนะฮะ” ยื่นไม้ตาย “สมบ่งสมบัติที่ คุณปีบเขาจะได้มรดกเราก็ไม่ต้องยุ่งกับเขาหรอก”
“อะไรนะ” คุณหญิงยุพาพักตร์หูผึ่ง สมบัติ มรดก นี่หมายความว่า…
“นี่คุณท่านอะไรนั่นแบ่งมรดกให้ยัยปีบแล้วหรือ” แว่นตากันแดด
ดิสธรยิ้มในสีหน้า เป็น1ปอย่างที’คิด หากพูดถึงมรดกสมบัติ แม่คงไม่แคล้ว ต้องสนใจ “ผมก็ได้ยินอย่างนั้นล่ะฮะ” เขาพูดเรื่อยๆ นํ้าเสียงเริ่มไม่ยินดียินร้าย “เห็นคุณยายท่านให้ทนายมาหาที่บ้าน ผมก็ไม่รู้เรื่องอะไรนักหรอก แต่เพื่อน คุณปีบที่เป็นลูกตาทนายนั่นบอกว่าคุณปีบจะได้เป็นผู้จัดการมรดก”
“ผู้จัดการมรดก” คุณหญิงยุพาพักตร์รำพึง บวกลบคูณหารหามูลค่าของ ทรัพย์สินนัยน์ตาวาววับ เพราะเคยเห็นในทีวีนิตยสารเวลาที่กาชะลองให้สัมภาษณ์ มูลค่ามันน้อยเสียเมื่อไหร่ ที่เป็นร้อยเป็นพันไร่ อีกทั้งตัวเรือนไทยที่เป็นไม้สักทอง ทั้งหลัง คิดอย่างคร่าวๆ ถลุงทั้งชาติก็คงไม่หมด “งั้นแกต้องอยู่ต่อ” ออกคำลัง ในทันที ดิสธรยิ้มอย่างสมใจ สุดท้ายแม่ก็ต้องช่วย
“จะทำยังไงฮะ”
“ไว้เป็นธุระของฉันเอง” แว่นกันแดด
กาชะลองวางสายจากคุณหญิงยุพาพักตร์ด้วยความหนักหน่วงใจ สุดท้าย ดิสธรก็เป็นแค่เด็กไม่ยอมโตคนหนึ่ง อยากได้อะไรก็ต้องได้ หญิงสาวนั่งหน้า มุ่ยเพราะต้องยอมให้ลูกชายท่านรัฐมนตรีอยู่ต่อในเมื่อภรรยาท่านอุตส่าห์Iทรมา ขอร้อง
หญิงสาวก้าวขึ้นไปบนเตียงนอน หยิบแก้วนมที่แพรสาเตรียมไว้ให้ยกขึ้นดื่ม ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจที่หลงเอาอารมณ์ส่วนตัวมาเป็นใหญ่จนเอ็ดเด็กสาวเสียใหญ่โต นี่ก็คงน้อยใจอยู่แต่ยังไม่ลืมที่จะปรนนิบัติรับใช้เหมือนทุกครั้ง
ทอดสายตามองเหม่อออกไปยังดวงจันทร์ที่ฉายแสงนวลกระจ่าง นึกไป ถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงหัวคํ่า แน่ใจได้ว่าสิงที่เห็นไม่ได้ตาฝาด มีใครสักคนลักลอบ เข้ามาในบ้านโดยที่ไม่มีทางรู้ว่าคนคนนั้นเป็นใครและมีวัตถุประสงค์อันใด
มันเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่หล่อนก้าวเข้ามาในบ้าน และมีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นต่อไป เรื่อยๆ ไม่มีที่สินสุด ตราบเท่าที่มันยังไม่ได้สิงที่ต้องการ
“มีอะไรหรือเปล่าแพรสา” “เอ้อ…ยาหมดค่ะคุณปีบ”
“อะไร ยาหมด!” กาชะลองเสียงแข็ง ความเป็นห่วงผู้เป็นยายมีมากจน ลีมนึกถึงเรื่องอื่น คุณยายจะนอนได้อย่างไรหากขาดยา และที่บ้านกำลังมีเรื่อง ยุ่งๆ “แล้วทำไมไม่บอก เธอก็รู้นี่ว่าคุณยายต้องกินยาก่อนนอน ทำงานประสา อะไร เรื่องแค่นี้ก็รับผิดชอบไม่ได้ แล้วต่อไปมีเรื่องใหญ่กว่านี้ฉันจะเชื่อใจได้ยังไง”
แพรสานาตาคลอ อัดอั้นตันใจอย่างที่สุด แม้จะรู้ว่าเป็นความผิดแต่ก็ไม่ อยากตำหนิตัวเอง
หากคุณปีบได้รู้ว่าหล่อนเองมีเรื่องต้องหนักใจยังจะโวยวายอย่างนี้Iหม
“แล้วจะทำยังไง” กาซะลองยังเสียงแข็ง ยิ่งคิดไปถึงภาพที่แพรสาอยู่ใน อ้อมอกของศกรก็ยิ่งโกรธ มัวแต่ไปวุ่นกับเรื่องอื่นล่ะสิ ถึงได้หลงลืมหน้าที่
แต่ใจพลันอ่อนยวบเมื่อเห็นเด็กสาวนี้าตารี้น ประนมมือไหว้ปากคอสั่น
“แพร…กราบขอโทษค่ะคุณท่าน คุณปีบ” แว่นตา
นึกละอายใจ นี่หล่อนเอาอคติส่วนตัวมาเกี่ยวด้วยหรือเปล่า หากใม่มีเรื่อง ของนายตำรวจนั่น หล่อนจะโกรธแพรสาแค่นIหม กาซะลองเสียงอ่อนลง “เอา เถอะ ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็จัดการบอกน้าฤษด์ด้วยแล้วกัน” ประคองผู้เป็นยายกลับ เข้าห้องโดยไม่ได้หันมามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ทันทีที่ร่างของนายลับตา คำสร้อย ก็ปราดเข้ามาหาเด็กสาว ผู้สูงวัยกว่าเอียงหน้าเข้ามากระซิบ
“ไม่มีอะไรหรอกแพร ที่คุณปีบเป็นมากก็คงจะพ่วงเรื่องที่คุณดิสธรมาวอแว เอ็งด้วยนั่นแหละ เพราะปกติคุณปีบก็ไม่ได้เป็นคนแบบนี้”
แพรสาหน้าเศร้า รู้อยู่เต็มอกว่าจะโทษผู้เป็นนายฝ่ายเดียวก็ไม่ได้เพราะ หล่อนเองก็บกพร่องในหน้าที่ แต่พลันใจชิ้นขึ้นมาหน่อยเมื่อป้าคำสร้อยพูดต่อ
“อดทนหน่อยแล้วกัน ข้าแอบได้ยินมาว่าพรุ่งนี้คุณปีบก็จะล่งคุณดิสธรกลับ กรุงเทพฯ แล้วล่ะ เอ็งก็คงจะหมดเรื่องยุ่งๆ หรอก”
เด็กสาวนึกค้านในใจ จะหมดได้อย่างไรในเมื่อคุณดิสธรไม่ใช่ปีญหาสำคัญ ปัญหาสำคัญของหล่อนคือนายแพทย์สฤษด์คุณต่างหาก และตอนนี้เขากำลังรอ หล่อนอยู่ที่ห้อง

แว่นกันแดด

ช่วงนี้ถึงเห็นหล่อนหน้าเศร้ายิ่งกว่าเก่า

ใครๆ เห็น น้าว่าคงจะเป็นเงาต้นไม้ไหวแค่นั้นแหละ ที่นี่ต้นไม้เยอะ ปีบก็รู้” “แต่แม่ว่าต้องเป็นวิญญาณนายคำป้นแน่ๆ เลย แกคงจะยังห่วงลูกสาว” “แพรสาน่ะหรือคะ”
กาซะลองนึกไปถึงเด็กสาวหน้าเศร้าที่มักจะนั่งหน้านิ่งเส3ยมหงิมอยู่ข้างๆ ผู้เป็นยาย มิน่ากลับมาช่วงนี้ถึงเห็นหล่อนหน้าเศร้ายิ่งกว่าเก่า
“นั่นยิ่งไม่ต้องเป็นห่วง ปกติคุณป้าก็ดูแลให้อยู่แล้ว ท่านรักแกเหมือนลูก เหมือนหลาน”
สฤษด์คุณเอ่ยขึ้นพร้อมกับผุดขึ้นเดินมองไปยังเรือนไม้หลังเล็กทึ่อยู่ในคุ้ม ดวงตายาวรีภายใต้กรอบแว่นสี่เหลี่ยมทอดมองไปยังร่างเล็กบอบบางที่กำลังเช็ศ ถูบริเวณที่พัก
แพรสาดูเงียบเหงาหดหู่ลงไปมากนับตั้งแต่ผู้เป็นพ่อจากไป ก็น่าจะเป็น อย่างนั้น ในเมื่อชีวิตทั้งชีวิตหล่อนก็มืแต่พ่อ แว่นตากันแดด
วูบหนึ่งที่ชายห’4มรู้สืกสงสาร หล่อนยังเด็กเกินโ!/หรือฟล่าทีจะรับความ
[ดดเดียวอ้างว้างชนิดนี้
กาซะลองเหลือบมองญาติผู้เป็นน้า หล่อนเห็นประกายลํ้าลึกผุดขึ้นที่ดวงตา เคร่งขรึม หญิงสาวผินหน้าไปมองผู้เป็นยายเล็ก ก็เห็นคุณพันธุรพีมองหน้าผู้ เป็นลูกชายพอดี
ผู้มีศักดี้เป็นยายเล็กเมินหน้าหนีในทันทีที่เห็นภาพนั้น กิริยาท่าทางบอก ให้รู้ว่าไม่ชอบใจในสิงที่ลูกชายทำเท่าใดนัก
“ปีบว่าเราทำบุญคุ้มดีมั้ยคะ บอกตรงๆ ว่าพอรู้เรื่องปีบก็ไม่สบายใจ เหมือนกัน” รีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นแววตาขึ้งขุ่นของผู้เป็นยาย คุณพันธุรพีรีบ ปรับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อหันมาพูดกับหลานสาว
“ยายว่าดีเหมือนกัน นิมนต์พระท่านมารดนํ้ามนต์ให้ด้วยจะได้เป็นสิริมงคล เออ แล้วนี่หนูจะเชิญคุณดิสธรมาด้วยหรือเปล่าจ๊ะ” แว่นกันแดด
สฤษด์คุณหันมามองหน้าหลานสาว กาซะลองทำหน้าอิหลักอิเหลื่อ สมแล้ว ที่คุณพันธุรพีเป็นคนในแวดวงสังคม เพราะข่าวของหล่อนกับลูกชายท่านรัฐมนตรี ก็ยังไม่พ้นหูพ้นตา
“ไม่ดีกว่าค่ะ เราทำกันเฉพาะในหมู่ญาติของเราดีกว่า” หญิงสาวปฏิเสธ
แต่ผู้เป็นประมุขของบ้านกลับตัดบท “ยายปวดหัวลูก แม่ปีบพายายไป นอนหน่อย”
คุณปรียางค์ศรีหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนจนผู้เป็นหลานมิกล้าขัดใจ กาซะลองกับคุณพันธุรพีรีบประคองร่างผอมเกร็งไปส่งที่เตียงนอน
ใบหน้าซูบตอบซีดเผือดลงไปอีก เหนื่อยอ่อนคล้ายจะหมดแรง ผู้มีศักด เป็นน้องหน้าซีด
“เหมือนคุณพี่จะทรุด แม่ปีบรอนี่นะ ยายจะโทรไปตามนายฤษด์”
กาซะลองมือไม้สั่นแทบทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ไหว้พระอธิษฐานขออย่าให้คุณ ยายท่านเป็นอะไร ความคิดแล่นพล่านในสมอง นี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณยายที่มี ท่าทางแช่มชื่นถึงได้ทรุดอ่อนระโหยโรยแรงทันทีที่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้าน
แสดงว่าทุกอย่าง…มันต้องมีเค้าความจริง
เหมือนกาลเวลาจะผ่านไปอย่างเชื่องช้ากว่าที่นายแพทย์สฤษด์คุณจะมาถึง นายแพทย์ใหญ่รีบตรวจดูอาการผู้เป็นป้าด้วยความห่วงใยไม่แพ้กัน ก่อนจะฉีด ยาบำรุงให้หญิงชราได้พักผ่อนนอนหลับอย่างเต็มที่
“คุณยายเป็นอะไรคะน้าฤษด์” แว่นตา
นายแพทย์สฤษด์คุณหันมามองหน้าผู้มีศักดิใฏนหลาน หนุ่มใหญ่เอ่ยเสียง เครียด
”คุณป้าคงจะเครียดมากเกินไป”
“เครียด…คุณยายเครียดเรื่องอะไรคะ”
คุณพันธุรพีรีบสะกิดผู้เป็นหลาน “ให้คุณพี่ได้พักผ่อน ออกมาคุยกัน ข้างนอกดีกว่าแม่ปีบ”
กาซะลองเดินตามผู้เป็นยายและน้าออกไปยังริมระเบียง ลมยามแรกฤดู หนาวเริ่มพัดเย็น แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่รู้สืกด้วยความร้อนใจมีมากกว่า
“บ้านเรามีเรื่องอะไรกันคะ”
“ปีบจำคำป้น คนสวนของเราได้มั้ย”
กาซะลองนิ่งคิด ถึงหล่อนจะจากบ้านไปนาน แต่ความทรงจำวัยเด็กยัง คงแจ่มกระจ่าง ชายสูงวัยร่างผอมเกร็งที่วันๆ จะขลุกอยู่กับต้นไม้รอบๆ บริเวณ บ้านหรือไม่ก็วิ่งทำงานช่วยคนนั้นคนนี้ทั้งวันมิได้หยุด

แว่นตากันแดด

เปลี่ยนแปลงบางอย่าง

“ลุงคำปัน พ่อของแพรสาน่ะหรือคะ ทำไมคะ ลุงคำปืนมาเกี่ยวอะไรด้วย” “แกเสียแล้วนะ เมื่อสองสามเดือนก่อน ก่อนที่ปีบจะมา” “ทำไมคะ แกเป็นอะไร” ถามเร็วปรื้อ ใบหน้าเรียวตระหนก แม้จะไม่ได้สนิท สนมชิดเชื้อแต่ก็เห็นชายชรามาแต่เล็กแต่น้อย ความผูกพันบางอย่างยังซึมแน่น อยู่ นึกโทษตัวเองที่ไม่ได้ละเอียดพอจะจดจำสมาชิกทุกคนในบ้านได้แม่นชนิดที่ ใครหายไปจะได้รู้ แว่นตากันแดด
”ตกหลังคาลงมาตาย เผอิญแกขึ้นไปซ่อมกาแลบ้าน” นายแพทย์สฤษด์คุณ เป็นฝ่ายตอบ นึกเสียใจไม่หายที่ช่วงนั้นเขาไปดูงานที่ต่างประเทศ กว่าคน ที่บ้านจะช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล คนสวนเก่าแก่ของบ้านก็ทนพิษบาดแผล ไม่ไหวจากไปก่อนวัยอันควร พร้อมๆ กับความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
บางอย่างที่อาจทำให้กาซะลองต้องเดินทางมาที่นี่
คุณพันธุรพีปรายตาขึ้นไปมองบุตรชาย เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งเฉยจึง
พูดต่อ
“แล้วหลังจากนันคนในบ้านก็เริ่มเห็นอะไรแปลกๆ ยายเองก็เห็น” แว่นกันแดด
“เงา…เงาประหลาดใช่มั้ยคะ…ปีบเองก็เห็น” หญิงสาวละลํ่าละลักบอก ขนลุกขนพองขึ้นมาในบัดดล เคยเล่นหนังเล่นละครเกี่ยวกับผีๆ สางๆ มาก็มาก แต่ไม่เคยรู้สืกถึงอาการขนพองสยองเกล้าอย่างตอนนี้ สฤษด์คุณลังเกตอาการ นั้นออก หนุ่มใหญ่ติงหลานสาวเบาๆ
“เหลวไหล เล่นละครมากไปหรือเปล่ายัยปีบ คุณแม่ก็อีกคน คนตายก็ คือคนตายครับ เขาไม่มาเดินเพ่นพ่านหลอกคนโน้นคนนี้หรอก”
“แต่ถ้าเผื่อคุณพี่…ไม่ลังให้นายคำปืนขึ้นไปซ่อมกาแล แกก็ไม่ตกลงมาตาย หรอก!…ขอโทษนะแม่ปีบ” ท้ายเสียงอ่อนลงมาเมื่อเห็นกาซะลองนั่งหน้าเผือด “เขาว่าวิญญาณผีตายโหงน่ะมันอาฆาต วันที่แกเสียน่ะตรงกับคืนเดือนมืดเสียด้วย บางทีเงาประหลาดที่เห็นอาจจะเป็นวิญญาณนายคำปัน”
“คุณแม่ครับ” สฤษด์คุณลากเสียงยาว นึกระอาอยู่หน่อยๆ กับความ งมงายของอีกฝาย ปกติแม่ก็จัดเป็นคนแก่ที่ทันสมัย แต่ไหงเรื่องแบบนี้ถึงเชื่อ เป็นตุเป็นตะไปเสียได้
“ไม่มีอะไรหรอกปีบ” นายแพทย์หนุ่มหันมาบอกหลานสาว “เงาที่ปีบหรือ
เชื้อสายทางแขกขาวไม่ผิดเพี้ยน ส่วนริมสปากบางเฉียบ เรือนร่างโปร่งระหงก็ถอด แบบมาจากศรีสอางค์ บุตรสาวคนเดียวของคุณปรียางค์ศรีอย่างกับคนเดียวกัน เพราะอย่างนี้จึงรักนักรักหนา ในเมื่อกาซะลองคือภาพพิมพ์ของบุคคลอัน เป็นที่รักยิ่งถึงสองคนที่ต้องจากไปก่อนวัยอันควร
คิดกึงเหตุการณ์ร้ายครั้งนั้นก็ได้แต่เศร้าใจ คนทั้งคู่ไม่น่าอายุรํ๋เน
ดึงหลานสาวมากอดและหอมเบาๆ “ยายไม’เป็นไรหรอกลูก ก็โรคคนแก่ เจ็บออดๆ แอดๆ เท่านั้น ได้พักผ่อนเข้าหน่อยก็หาย” แว่นตา
กาซะลองมองหน้าผู้เป็นยาย เหมือนก้อยคำกับสีหน้าของท่านจะสวน ทางกัน หรือคณยายยังไม่หายดีจากอาการป้วยหนักเมื่อหลาย3บปีก่อน
ครั้งนั้นคุณปรียางค์ศรีต้องอยู่โรงพยาบาลนานหลายเดือน หล่อนต้องเทียว ไปเทียวมาระหว่างกรุงเทพฯ กับเชียงรายเป็นว่าเล่นเพื่อมาดูอาการ
ดีหน่อยที่สฤษด์คุณเป็นหมอ จึงพอมีเพื่อนฝูงที่ชำนาญเฉพาะด้านมารักษา จนโรคเบาหวานทุเลาลง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย หรือคุณยายจะมี ความลับในใจ และคิดที่จะปีดปังหล่อน
คำพูดของคำสร้อยแวบเข้ามาในความคิด…หญิงสาวเอ่ยถามถึงสิงที่ค้างคาใจ ออกไปทันที
“เห็นว่าหมู่นี้บ้านเรา…มีเรื่องราวกันอยู่บ่อยๆ มีเรื่องอะไรหรือคะ” คุณพันธุรพีเหลือบมองหน้าพี่สาว ท่าทางปงบอกได้อย่างชัดเจนว่ามีความ ประหวั่นพรั่นพรึงแฝงอยู่ แต่คุณปรียางค์ศรีกลับนั่งนิ่งเฉยอย่างเยือกเย็น “เหลวไหล ไปฟังใครเขามาลูก” * “คำสร้อยค่ะ คำสร้อยเล่าให้ฟัง”
ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนอยู่เป็นนิจบึ้งตึงขึ้นทันที พันธุรพีรีบเอื้อมมือมากุมมือ
พี่สาว
“คุณพี่คะ ยังไงแม่ปีบก็เป็นลูกเป็นหลาน ถึงจะไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่แกก็ควร ที่จะรู้เรื่องนี้บ้างนะคะ”
“มีเรื่องอะไรกันคะ”
ใจหล่นหายวาบทั้งๆ ที่ยังไม่รู้เรื่องราว นี่แสดงว่าลางสังหรณ์ที่เกิดขึ้นเป็น เรืองจริง บ้านกำลังจะลุกเป็นไฟ!

แว่นกันแดด